|
โครงการ
เด็กดี V-Star ทอดกฐินสัมฤทธิ์

โอวาทพระราชภาวนาวิสุทธิ์
ใกล้จะออกพรรษาแล้ว เตรียมตัวไปทอดกฐิน ไปทอดกฐินเถอะ ปีนี้อย่าให้มีกฐินตกค้างเลย แม้แต่เพียงวัดเดียว มันอายฟ้า อายดินนะโดยเฉพาะเราเป็นชาวพุทธ เราไม่เอาบุญใหญ่ได้อย่างไร ไปทอดกฐินซึ่งง่ายๆ กฐินเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายๆ อย่าไปนึกว่าอะไรมันยาก มีแค่ผ้าไตร ใช่ไหมลูก ส่วนบริวารกฐินอะไรก็ได้ แล้วแต่เรานะ ก็แค่นี้ แล้วก็กล่าวคำถวายผ้ากฐินให้ได้ อาราธนาศีล อย่างนี้เป็นต้น ก็แค่เนี่ย เราจะปล่อยให้กฐินตกค้างได้อย่างไร อายฟ้า อายดิน
ถ้าเราทำ เราก็จะได้อานิสงส์ ทั้งพระ ทั้งโยม พระก็ได้อานิสงส์ของพระไปตามพระธรรมวินัย ส่วนโยมก็ได้อานิสงส์สร้างมหาทานบารมี นี้ก็เป็นบ่อให้เกิดความสุข ความสำเร็จในชีวิตของเราไปทุกภพชาติ อย่างนี้รวยสถานเดียว ทั้งมาเกิดในมนุษย์และเทวโลก เพราะฉะนั้น เราเป็นชาวพุทธ จะต้องอย่าให้มีกฐินตกค้างได้เลย ไปสำรวจเถอะวัดในเมืองไทย แค่ ๓ หมื่นกว่าวัด แค่นิดเดียว ไม่ได้มากอะไรเท่าไหร่
ต้นกำเนิดกฐิน
ในสมัยพุทธกาล ครั้งหนึ่งภิกษุชาวเมืองปาฐา ประมาณ ๓๐ รูป ซึ่งถือธุดงควัตรอย่างยิ่งยวด มีความประสงค์จะเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ซึ่งขณะนั้นประทับอยู่กรุงสาวัตถี แคว้นโกศล จึงพากันเดินทางมุ่งหน้าไปยังเมืองนั้น พอถึงเมืองสาเกต ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงสาวัตถีประมาณ ๖ โยชน์ ก็เป็นวันเข้าพรรษาพอดี เดินทางต่อไปมิได้ต้องจำพรรษาอยู่ที่เมืองสาเกตตามพระวินัยบัญญัติ ขณะที่จำพรรษาอยู่ ณ เมืองสาเกต เกิดความร้อนรนอยากเฝ้าพระพุทธเจ้าเป็นกำลัง ดังนั้นเมื่อออกพรรษาปวารณาแล้ว ก็รีบเดินทาง แต่ระยะนั้นมีฝนตกมาก หนทางที่เดินชุ่มไปด้วยน้ำ เป็นโคลนเป็นตม ต้องบุกต้องลุยมาจนกระทั่งถึงกรุงสาวัตถี เพื่อได้เข้าเฝ้าพระพุทธองค์สมความประสงค์
พระพุทธเจ้าจึงมีปฏิสันถารกับภิกษุเหล่านั้นเรื่องการจำพรรษาอยู่ ณ เมืองสาเกตและการเดินทาง ภิกษุเหล่านั้นจึงกราบทูลถึงความตั้งใจ ความร้อนรนกระวนกระวาย และการเดินทางที่ลำบากให้ทรงทราบทุกประการ
พระพุทธเจ้าทรงทราบ และเห็นความลำบากของภิกษุ จึงทรงยกเป็นเหตุและมีพระพุทธานุญาตให้พระภิกษุ ผู้จำพรรษาครบถ้วนแล้วกรานกฐินได้ และเมื่อกรานกฐินแล้ว จะได้รับอานิสงส์ตามที่กำหนดในพระวินัยถึง ๕ ประการคือ
๑. อยู่ปราศจากไตรจีวรได้ จะไปค้างคืนที่ไหนไม่ต้องถือเอาไตรจีวรไปครบสำรับก็ได้ ไม่ต้องอาบัติ
๒. จะไปไหนมาไหน ไม่ต้องบอกลาก็ได้ ไม่ต้องอาบัติ
๓. ฉันคณะโภชน์ได้ ไม่ต้องอาบัติ
๔. เก็บอดิเรกจีวรไว้ได้ตามปรารถนา
๕. จีวรอันเกิดขึ้นในที่นั้น เป็นของได้แก่พวกเธอทั้งได้โอกาสขยายเขตจีวรกาล ให้ยาวออกไปอีกจนถึงกลางเดือน ๔
นายติณบาล : ผู้ที่เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส สมัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากัสสปะ
ในสมัยพุทธกาลของพระกัสสปะสัมมาสัมพุทธเจ้า มีชายผู้หนึ่งยากจนมาก จนถึงขนาดไม่มีชื่อ มาอาศัยกับเศรษฐีท่านหนึ่ง ทำงานแลกอาหารและน้ำ ด้วยการเกี่ยวหญ้า จึงตั้งให้ชื่อว่า "นายติณบาล"
วันหนึ่งหลังออกพรรษา ท่านเศรษฐีต้องการทำบุญกฐิน จึงแจ้งข่าวให้บริวารทราบเพื่อให้ได้ร่วมบุญ ข่าวบุญกฐินได้มาถึงนายติณบาล เขาเกิดจิตศรัทธา อยากทำบุญกฐินด้วย แต่ตัวเองไม่มีทรัพย์สินใดๆ เลย นายติณบาลจึงได้ตัดสินใจสละผ้านุ่งผืนเดียวที่มีอยู่ เอามาขายที่ตลาด และตัวเองนำใบไม้มาเย็บเป็นผ้านุ่งกันอุจาด ท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะขบขันของชาวบ้าน
นายติณบาลกล่าวว่า เราจะนุ่งใบไม้เป็นชาติสุดท้าย ชาติหน้าเราจะนุ่งผ้าทิพย์ นายติณบาลได้เอาเสื้อผ้าไปขายแก่พ่อค้าคนหนึ่ง พ่อค้าได้ให้ราคา ๕ มาสก โดยพ่อค้าก็ขบขันไม่รู้จะเอาเสื้อผ้ามาทำอะไร นายติณบาลได้เงินมาก็นำมาร่วมบุญกับท่านเศรษฐี เงินจำนวนนี้ซื้อได้เพียงแค่เข็มกับด้ายเท่านั้น เขาจึงนำเข็มกับด้าย มาเป็นบริวารกฐินด้วยใจที่ร่าเริงเบิกบาน ท่านเศรษฐีเห็นดังนั้นก็เกิดความปีติ และได้อนุโมทนากับนายติณบาลด้วย
การกระทำของนายติณบาล ทำให้สักกเทวราชบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ทนไม่ได้ ว่ามีคนหัวใจเช่นนี้ด้วยหรือ จึงได้มาปรากฏกายที่บ้านของนายติณบาล มีจิตเลื่อมใสกับการกระทำนายติณบาล และได้ให้พร ๔ ประการ นายติณบาลมิได้ขอพรให้ตัวเองร่ำรวยแต่อย่างใด แต่กลับขอพรว่า
๑.ขออย่าให้ข่มเหงสตรี ทั้งกาย วาจา ใจ ๒.ขออย่าได้ตระหนี่ในการทำทาน
๓. ขออย่าได้มีคนพาลเป็นมิตร ๔.ขอให้ได้ภรรยาที่ดีมีศีล มีธรรม
ท้าวสักกะถามว่าทำไมไม่ขอทรัพย์ ในเมื่อเธอเป็นคนยากจน นายติณบาลกล่าวว่า การได้เป็นคนดี มีคน รอบข้างเป็นคนดี นับว่าเป็นทรัพย์อันประเสริฐ ท้าวสักกะจึงอนุโมทนา
ข่าวการทำทานของนายติณบาลครั้งนี้ ได้เลื่องลือไปถึงพระราชา พระราชาจึงเรียกตัวนายติณบาลมาตรัสถามและขอแบ่งส่วนบุญ แล้วพระราชทานทรัพย์ให้แก่เขา ตั้งแต่นั้นมา นายติณบาลจึงได้กลายเป็นเศรษฐีด้วยผลบุญ ปัจจุบันนั่นเอง เมื่อถึงเวลาละโลก เขาได้ระลึกถึงการกระทำอันยิ่งใหญ่ภาพแห่งบุญโดยเฉพาะบุญที่ได้ร่วมทอดกฐิน คตินิมิตก็ใสสว่าง บริวารได้มาเข้าแถวรอรับกันมามากมาย เทวรถที่มารอรับได้บังเกิดขึ้น ได้ไปเสวยทิพยสมบัติอันตระการบนวิมานชั้นดาวดึงส์ จนมาถึงภพชาติสุดท้าย ได้มาบังเกิดในสมัยพระสมณโคดมพุทธเจ้า ได้ออกบวชบรรลุอรหัตตผล ด้วยอำนาจผลบุญที่ทำมาดีแล้ว

เด็กดี V-Star ทอดกฐินสัมฤทธิ์

ข้อพิจารณาในการเป็นกฐินสัมฤทธิ์
๑. วัดนั้นต้องไม่มีเจ้าภาพกฐินมาก่อน (ก่อนออกพรรษา ยังไม่มีเจ้าภาพ) หรือวัดที่กฐินตกค้าง (หลังออกพรรษาแล้ว ยังไม่มีเจ้าภาพ) หากมีเจ้าภาพ อยู่แล้ว ไม่ถือว่าเป็นกฐินสัมฤทธิ์
๒. ต้องมีพระภิกษุสงฆ์อยู่จำพรรษา ตั้งแต่ ๕ รูปขึ้นไป
๓. ประธานกล่าวกฐินต้องเป็นเด็กดี V-Star จะอยู่ในชั้นใดก็ได้
ปัจจัยร่วมบุญกฐินจากพระราชภาวนาวิสุทธิ์
๑. ร่วมบุญวัดละ ๕,๐๐๐ บาท (ยึดจำนวนวัดเป็นสำคัญ) ทั้งนี้ หากโรงเรียนไม่ได้ดำเนินการทอดกฐิน คณะกรรมการฯ จะขอความร่วมมือท่านได้ส่งปัจจัยคืนทางธนาณัติ สั่งจ่ายวัดพระธรรมกาย พร้อมทั้งโทรแจ้งที่ ๐๘-๑๕๖๓-๕๙๐๓
๒. ปัจจัยนี้ ไม่สามารถนำไปใช้อย่างอื่นได้ นอกจากถวายวัดเท่านั้น
๓. หากหลายโรงเรียนร่วมกันทอดกฐิน ๑ วัด ก็จะได้รับปัจจัยร่วมบุญเพียง ๕,๐๐๐ บาท
๔. หาก ๑ โรงเรียนสามารถหาวัดเพื่อทอดกฐินสัมฤทธิ์ได้มากกว่า ๑ วัด สามารถเลือกปฏิบัติได้ ๒ วิธี คือ
ให้แจ้งส่วนกลาง เพื่อประสานงานให้โรงเรียนที่หาวัดไม่ได้รับทอดกฐินต่อไป
ดำเนินการทอดกฐินเองทั้งหมด
๕. ในการจัดงานทอดกฐิน ควรมีเด็กดี V-Star ไปร่วมงานประมาณอย่างน้อย ๓๐ คนขึ้นไป
ขั้นตอนการดำเนินงาน
๑. จองกฐิน สำรวจหาวัดที่ยังไม่ได้รับการทอดกฐิน และขอปวารณาตั้งกองกฐินสัมฤทธิ์ เพื่อไม่ให้มีกฐินตกค้างเกิดขึ้น ตามพุทธบัญญัติได้กล่าวเกี่ยวกับการทอดกฐินไว้ว่า วัดที่สามารถจะรับกฐินได้นั้นต้องมี พระภิกษุสงฆ์ไม่น้อยกว่า ๕ รูป จำพรรษาอยู่ตลอดช่วงเข้าพรรษาที่ผ่านมา เมื่อจองกฐินเรียบร้อยแล้ว หลังออกพรรษาจะต้องกำหนดวันทอดกฐินให้แน่นอน แล้วกราบเรียนเจ้าวัดให้ท่านทราบกำหนดวันดังกล่าวนั้นด้วย
๒. ประชุมวางแผน เพื่อเป็นการแบ่งบทบาทหน้าที่กันให้ชัดเจน เช่น ฝ่ายพิธีกร ฝ่ายอาหาร ฝ่ายสถานที่ เป็นต้น เพื่อช่วยให้การทำงานมีความคล่องตัว ฝึกความรับผิดชอบ และฝึกการทำงานเป็นทีม ทำให้ทุกคนมีส่วนร่วมในงานบุญยังความปลื้มปิติและภาคภูมิใจให้กับทุกฝ่ายอีกด้วย
๓. ประชาสัมพันธ์ คุณครูและเด็กๆ V-Star ก็สามารถช่วยกันประชาสัมพันธ์โดยการติดป้ายประกาศ หรือ อาจจัดเดินขบวนเชิญชวนร่วมทำบุญกฐิน เป็นต้น รวมทั้งประชาสัมพันธ์การสวมชุดขาวมาร่วมงานเพื่อสร้างกระแสธรรมเนียมปฏิบัติที่งดงามเป็นต้นบุญต้นแบบให้เกิดขึ้นในสังคม
๔. เชิญชวนร่วมบุญ โดยการบอกบุญให้กับทุกคนมีส่วนร่วมในการทำบุญนี้ให้มากที่สุด เพื่อร่วมกันทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ซึ่งนอกจากผู้บอก จะได้ทำหน้าที่ยอดกัลยาณมิตรแล้ว ยังเป็นการฝากฝังทรัพย์ไว้ในพระพุทธศาสนา เพื่อนำติดตัวไปข้ามภพข้ามชาติ แก่ผู้ร่วมบุญอีกด้วย
๕. เตรียมการ
๕.๑ คัดเลือกตัวแทน ผู้นำ V-Star เพื่อเป็นตัวแทนในการอัญเชิญผ้าไตรกฐินสัมฤทธิ์ นำกล่าวคำแสดงตนเป็นพุทธมามกะ และนำกล่าวถวายผ้ากฐิน
๕.๒ อุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดงาน เช่น ผ้าไตรจีวร พานผ้าตาด เครื่องไทยธรรมที่เป็นบริวารกฐิน เป็นต้น
๕.๓ จัดสถานที่ ทำความสะอาดสถานที่จัดงานให้ดูเป็นระบบ ระเบียบ ยังความศรัทธาแก่สาธุชน ผู้มาร่วมงาน และเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้มาร่วมงานบุญครั้งนี้ได้สั่งสมบุญด้วยความเบิกบานใจ
๖. จัดงาน จัดงานทอดกฐินด้วยรอยยิ้มและจิตใจที่เบิกบาน มีฝ่ายคอยต้อนรับและปฏิสันถาร เพื่อให้ทุกคนที่มาร่วมงานเกิดความประทับใจและอยากมาทำบุญเช่นนี้อีก
๗. บันทึกภาพพร้อมเขียนรายงานผล เก็บบันทึกภาพแห่งความประทับใจไว้ในรูปแบบของภาพถ่าย และ VDO ที่มีบทสัมภาษณ์ของบุคคลต่างๆที่มีส่วนสำคัญช่วยให้งานนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี โดยภาพที่ต้องถ่ายอย่างน้อยที่สุด ๖ ภาพ คือ ภาพการทำหน้าที่ของเด็กดี V-Star ในทุกกิจกรรม ดังนี้
๑) กราบเรียน/ปรึกษา/ประสานงานกับเจ้าอาวาส หรือผู้ใหญ่ในระดับต่างๆ
๒) หน้าที่ผู้นำบุญยอดกัลยาณมิตรของเด็กดี V-Star เช่น แจกโบว์ชัวร์ ชวนทำบุญ
๓) การจัดเตรียมงานทอดกฐิน
๔) ภาพประธานกฐินนำกล่าวถวายผ้ากฐิน
๕) ภาพที่เด็กดี V-Star ขณะถวายผ้ากฐิน
๖) ภาพหมู่พร้อมป้ายงานการนำส่งภาพการทำกิจกรรม
ให้ทำพร้อมกับเล่มรายงานการทำหน้าที่ของ V-Star ตั้งแต่ต้นจนถึงวันงาน จากนั้นส่งผลงานมาที่ชมรมพุทธศาสตร์สากลเพื่อคัดเลือกนำไปประชาสัมพันธ์เป็นต้นแบบในการสร้างความดีให้กับทุกโรงเรียนทั่วประเทศที่เข้าร่วมโครงการฯ
อานิสงส์การทอดกฐิน
เป็นผู้มั่งคั่งด้วยโภคทรัพย์สมบัติ และเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงานทั้งปวง
เป็นผู้มีสัมมาทิฏฐิ พบเจอแต่บัณฑิต กัลยาณมิตร เพราะบูชาบุคคลที่ควรบูชา
ได้บังเกิดในปฏิรูปเทส ภายใต้ร่มเงาของพระพุทธศาสนา
เป็นผู้มีรูปงาม มีผิวพรรณงาม เป็นที่รักของบุคคลทั่วไป
มีจิตใจแช่มชื่น บริสุทธิ์ผ่องใส และมีความสุขอยู่เสมอ
มีจิตตั้งมั่นเป็นสมาธิ สามารถเข้าถึงธรรมได้โดยง่าย
แม้ละโลกแล้วจะได้ไปบังเกิดในสุคติโลกสวรรค์
ทำให้เกิดมาในตระกูลที่ดี มีสัมมาทิฏฐิ

|