|
โครงการอุปสมบทหมู่ธรรมทายาท |
|
|
|
เขียนโดย KRU.IN.TH
|
|
วันศุกร์ ที่ 12 เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2553 |
|

|

"การบวชคือการยกฐานะจากผู้นับถือพระรัตนตรัยขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของพระรัตนตรัย เป็นหนทางสู่พระนิพพาน เป็นสิ่งประเสริฐของมนุษยชาติ การบวชเป็นสิ่งที่กระทำได้ยาก กว่าจะมีการบวชขึ้นได้ ต้องถึงพร้อมด้วยองค์ประกอบหลายประการผู้บวชต้องอยู่ในสถานที่ ที่พระพุทธศาสนาแผ่ไปถึง ผู้บวชและบิดามารดา ต้องเป็นผู้มีสัมมาทิฐิ ผู้บวชต้องได้เกิดเป็นมนุษย์ ไม่เป็นคนพิการและเป็นชายเท่านั้น การได้บวชจึงเป็นกุศลอันยิ่งใหญ่ในชีวิตของลูกผู้ชาย
การบวชสำหรับธรรมทายาท มิใช่เป็นการบวชอย่างที่เรียกว่าทำตามขนบธรรมเนียมประเพณี มิใช่เพียงการไปจาก บ้านเรือนและเลิกนุ่งห่มแบบฆราวาสเท่านั้น แต่เป็นการบวชทั้งกายและใจ ถึงพร้อมด้วยศีล สมาธิ ปัญญา ตระหนักถึงคุณค่าอันสูงส่งของร่มกาสาวพัสตร์
ธรรมทายาทผู้เป็นทายาททางธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นผู้สืบทอดอายุพระศาสนาด้วยการประพฤติและเผยแผ่ธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ ผู้เข้ารับการอบรมธรรมทายาท จะต้องผ่านการอบรมธรรมปฏิบัติ โดยการอยู่ธุดงค์ สมาทานศีลแปด ฝึกสมาธิเป็นเวลา 1 เดือน แล้วจึงจะได้เข้าพิธีบรรพชาอุปสมบทเป็นพระภิกษุสามเณร จากนั้นจึงกลับไปปฏิบัติธรรมต่อ อีก 1 เดือน โดยมีกิจกรรมพิเศษ คือ การเดินธุดงค์ หรือปฏิบัติธรรมในต่างจังหวัด เป็นเวลา 10 วัน
เมื่อผ่านการอบรมแล้ว ธรรมทายาทที่ยังศึกษาเล่าเรียนอยู่ก็ได้ร่วมกันดำเนินกิจกรรมของชมรมพุทธศาสตร์ ในสถาบันการศึกษาของตนและร่วมกันเป็นคณะกรรมการจัดอบรมธรรมทายาท และอุปสมบทหมู่โดยเริ่มต้นจากการรวมตัวของชมรมพุทธ 3 สถาบันใน พ.ศ. 2525 แล้วขยายเป็น 4 สถาบัน 6 สถาบัน 7 สถาบัน 10 สถาบัน 18 สถาบัน 50 สถาบัน ตามลำดับ

|
Views: 4487
Powered by AkoComment Tweaked Special Edition v.1.4.6 AkoComment © Copyright 2004 by Arthur Konze - www.mamboportal.com All right reserved |
|
แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( วันพุธ ที่ 3 เดือนมีนาคม พ.ศ.2553 )
|